logo panaet.jpg

 

 

 

 

      

วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6146


นึกว่าผีหลอกกลางวัน ยืน"ฉี่"สยองขวัญ! ศพร่วงหล่นลงต่อหน้า


คอลัมน์ สดจากสนามข่าว


หากเป็นคุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเข้าไปยืนฉี่ใต้ต้นไม้แล้วจู่ๆ สิ่งเหลือเชื่อก็ปรากฏขึ้น เมื่อมีศพลอยละลิ่วจากต้นไม้ ร่วงลงมาหล่นตุ้บ กองอยู่ตรงหน้าในสภาพเน่าเฟะ

เชื่อว่าถ้าไม่ร้องโวยวายด้วยความตกใจสุดขีด ก็คงต้องช็อกหมดสติอยู่ตรงนั้นเพราะคิดว่าถูกผีหลอกกลางวัน

ใครจะไปคิดว่าจะเกิดเหตุพิลึกพิลั่นแบบนี้

แต่ทว่าเหตุเหลือเชื่อที่ว่าก็ได้เกิดขึ้นแล้วกับนายสิงหา สังนวม หนุ่มพนักงานท่าเรือแหลมฉบังวัย 29 ปี ที่ดวงซวยสุดๆ เข้าไปปลดทุกข์ยิงกระต่ายใต้ต้นแสมใหญ่ริมทะเล แล้วจู่ๆ ก็มีซากศพหล่นลงมา

ในห้วงนั้นแวบเดียวในความคิดของนายสิงหา คือ วิ่ง วิ่ง วิ่ง และก็วิ่ง ให้เร็วที่สุดพร้อมกับเสียงร้องเอะอะโวยวายลั่นป่า

เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้นายสิงหาตกใจแทบบ้า!?!

ย้อนกลับไปดูเรื่องพิลึกพิลั่นครั้งนี้ เกิดขึ้นตอนบ่ายวันที่ 24 ก.ย. วันนั้นนายสิงหา นำเรือเล็กออกไปตกหมึกกลางทะเลในเขตอ.บางละมุง จ.ชลบุรี เหมือนกับที่เคยทำเป็นประจำ

หลังจากตกหมึกได้ค่อนวัน "สิงหา" จึงหันหัวเรือเข้าฝั่งมุ่งหน้ากลับบ้านไปพักผ่อน ล่องเรือมาตามคลองบางละมุง คลองน้ำกร่อยที่ใช้สัญจรผ่านเป็นประจำ กระทั่งนำเรือมาจอดไว้ใกล้ๆ วัดบางละมุง ม.9 ต.บางละมุง ขนสัมภาระและอุปกรณ์หาปลาขึ้นฝั่งตรงนั้น ด้วยเพราะลอยลำอยู่ในทะเลเป็นเวลานาน ทำให้นายสิงหาต้องกลั้นปัสสาวะอยู่อย่างนั้น พอขึ้นฝั่งได้นายสิงหาจึงรีบมองหาทำเลปลดทุกข์ทันที


นายสิงหามองซ้ายทีขวาที เห็นทางสะดวกจึงเดินดุ่มๆ เข้าไปที่โคนต้นแสมใหญ่ในป่ารกทึบ พอเห็นปลอดคนจึงยืนปัสสาวะอย่างสบายอารมณ์ ตอนแรกก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาเตะจมูก แต่ก็ยังไม่คิดอะไรมาก คิดว่าอาจเป็นหมาเน่าหรือพวกซากสัตว์ตาย หรือไม่ก็เป็นพวกกลิ่นคาวปลาที่ติดมากับเรือประมง แต่ยิ่งยืนนานๆ กลิ่นก็ยิ่งฉุนมากขึ้น จนนายสิงหาต้องเบนหน้าหนีเพื่อหาอากาศบริสุทธิ์

ในใจคิดอยู่อย่างเดียวคือรีบๆ ทำธุระให้เสร็จ

และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ มีชิ้นส่วนซากศพท่อนล่าง ที่ไม่รู้มาจากไหน ร่วงหล่นลงมาจากต้นไม้เสียงดังโครมใหญ่ สภาพศพดำเกรียม แถมหนอนที่ไต่ยั้วเยี้ยก็แตกกระจายกระเด็นไปทั่วบริเวณ

ภาพที่เห็นเล่นเอา "สิงหา" ตกใจจนชาไปทั้งตัว

แต่สิ่งที่ทำให้นายสิงหาต้องขนหัวลุก คือเมื่อแหงนหน้าขึ้นไปดูบนกิ่งไม้พบชิ้นส่วนท่อนบนของซากศพแขวนคอห้อยโตงเตงอยู่กับกิ่งแสมอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ นาทีนั้น "สิงหา" ตกใจกลัวสุดขีด นึกว่าผีหลอกกลางวัน รีบโกยอ้าวออกจากป่าแบบไม่คิดชีวิต วิ่งไปตะโกนร้องโหวกเหวกโวยวายไปเหมือนคนไร้สติ จนไปเจอพระและชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงจึงเล่าเรื่องให้ฟัง เพราะมั่นใจว่าถูกผีหลอกกลางวัน


เมื่อเป็นเช่นนั้นทุกคนจึงไปพิสูจน์ความจริงกัน

นายสิงหาตัดสินใจพาชาวบ้านกลับไปที่ต้นแสมอีกครั้ง เมื่อไปถึงก็พบว่าสิ่งที่วางกองอยู่ตรงพื้นและที่ห้อยโตงเตงอยู่บนต้นไม้นั้น ไม่ใช่ผีหลอก แต่เป็นซากศพคนผูกคอตายที่เน่าเฟะเหลือแต่กระดูกจนท่อนล่างหลุดลงมา โดยชิ้นส่วนท่อนล่างศพสวมกางเกงยีนส์ขายาว สีน้ำเงิน ส่วนท่อนบนตั้งแต่เอวขึ้นไปมีเชือกไนลอนสีขาวยาวประมาณ 2 เมตร ผูกอยู่ที่คอห้อยต่องแต่งบนกิ่งต้นแสมที่อยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 8 เมตร สภาพศพสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำลายจุด ร่างกายเปื่อยเน่าจนแทบจำเค้าโครงเดิมไม่ได้ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 วัน

หลังจากนั้นชาวบ้านจึงนำความเข้าแจ้งร.ต.ท.ประสิทธิ์ เหล็กดี ร้อยเวรสอบสวน สภ.อ.บางละมุง ให้เดินทางมาชันสูตรพลิกศพ พร้อมนำไปผ่าชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการตายต่อไป ซึ่งหลักฐานที่พบในตัวผู้ตายมีกระเป๋าสตางค์ 1 ใบ ภายในมีเอกสารระบุชื่อผู้ตาย คือ นายดาว รุ่งเริง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 ม.5 ต.บางละมุง อ.บางละมุง ที่หายตัวออกจากบ้านไปหลายวัน
คนที่ช่วยยืนยันว่าศพผู้ชายคนนี้คือนายดาว คือ นายอิสระ เสือเหม็ง อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 ม.4 ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่เดินทางมาดูศพด้วย เป็นคนยืนยันว่า ผู้ตายเป็นเพื่อนของตนเอง หายออกจากบ้านไปนานกว่า 10 วันแล้ว ก่อนหน้านี้ผู้ตายได้ไปหาตนที่บ้านพร้อมกับถือเชือกไนลอนสีขาวไปด้วย จากนั้นจึงชักชวนตนดื่มสุราและเล่าความทุกข์ใจให้ฟังว่า ทะเลาะกับภรรยามา และมีภาระหนี้สินมากมาย อยากตายจากโลกนี้เร็วๆ ตนจึงปลอบใจไม่ให้คิดอะไรมาก ภายหลังดื่มสุราจนหมดขวดผู้ตายจึงขอตัวกลับ กระทั่งภรรยาของผู้ตายโทรศัพท์มาหาตนว่าสามียังไม่กลับเข้าบ้าน ตนจึงช่วยตามหาแต่ไม่พบ กระทั่งทราบว่ามีคนผูกคอตายจึงมาดูศพ ก็พบว่าเป็นเพื่อนของตัวเองตัดสินใจลาโลกไปแล้วอย่างที่เคยบ่นน้อยอกน้อยใจ
ตำรวจจึงสอบปากคำทำบันทึกไว้
เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจคิดไม่ตกเรื่องปัญหาครอบครัวจึงเครียดหนักเลยตัดสินใจผูกคอตาย

หลังทุกอย่างเฉลยออกมา ทำให้นายสิงหาเบาใจลงได้ เพราะอย่างน้อยก็ไม่ได้โดนผีหลอกกลางวันเหมือนดังที่เข้าใจ แต่เป็นความบังเอิญที่เข้าไปฉี่ใต้ต้นไม้แล้วซากศพหล่นลงมาใส่

ซึ่งเจ้าตัวพูดแบบติดตลก ว่า "ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ นี่ถ้าใจไม่แข็งพอมีหวังเป็นลมตายไปแล้ว"

และเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ล้างซวย นายสิงหาจึงไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ตาย หลังจากไม่รู้ว่าอะไรไปดลจิตดลใจให้ไปยืนฉี่จนศพตกลงมาใส่

แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นอุทาหรณ์อันดีสำหรับพวกยืนฉี่ไม่เลือกสถานที่ไม่สนใจใคร

ระวังอาจเจอดีแบบนี้ก็ได้

 

 

 

 

 

                                                 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

webmaster  พ.ต.ท.ฐกร  โสภิตกุล email : [email protected]
ผู้ดูแลเว็บไซต์  
ส.ต.อ.ยศกร   ชัยศร   email: [email protected] โทร.086-6249561